“E-Wallet” สังคมไร้เงินสด ที่กำลังเติบโตในตลาดอาเซียน EP.60 - Business X Marketing

“E-Wallet” สังคมไร้เงินสด ที่กำลังเติบโตในตลาดอาเซียน EP.60

ปัจจุบันการใช้จ่ายในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มีปัจจัยด้านเทคโนโลยี ความพร้อมผู้ให้บริการ รวมถึงร้านค้าปลีกย่อยก็มีการปรับรูปแบบการจ่ายเงิน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น เกิดเป็นสังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบ และสืบเนื่องจากสถานการณ์ของโควิด-19 เป็นตัวเร่งสำคัญที่ผู้คนหันมาใช้การชำระเงินแบบไร้สัมผัส การชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-payment) ผ่านโมบายแบงกิ้ง (Mobile Banking) กระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-Wallet) หรือผ่านบัตรเครดิต/เดบิต ซึ่งเป็นช่องทางที่เราคุ้นเคยและสามารถใช้จ่ายได้ง่ายแค่ปลายนิ้วผ่านสมาร์ทโฟนเครื่องเดียว ทีมงาน MBA ขอเพิ่มเติมว่าในอาเซียนมีแนวโน้มเติบโตแบบก้าวกระโดดในอนาคตข้างหน้า ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าการใช้บริการชำระเงินผ่านช่องทาง E-wallet ในอาเซียนจะมีมูลค่าแตะระดับ 1.14 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2568 โดยสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นศักยภาพของเอไอที่เข้ามารองรับทุกรูปแบบการชำระเงินในชีวิตประจำวันของเรา และเป็นตัวช่วยที่สำคัญให้การเป็นสังคมไร้เงินสดเป็นไปอย่างสะดวกและปลอดภัยมากขึ้น

ตลาด “E-wallet” ที่น่าสนใจในอาเซียน

ทีมงาน MBA จะพาไปดูตลาด E-wallet ในอาเซียนที่สำคัญและกำลังเป็นที่นิยม ดังนี้

1. อินโดนีเซีย ซึ่งมีตลาดขนาดใหญ่ที่สุดทั้งด้านขนาดเศรษฐกิจและจำนวนประชากรในอาเซียน ชาวอินโดนีเซียนิยมใช้ E-wallet เป็นช่องทางในการชำระค่าสินค้าออนไลน์มากเป็นอันดับ 2 รองจากการโอนเงินผ่านธนาคาร โดยบริการ E-wallet ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ GoPay ซึ่งเป็นบริการ E-wallet ของ GO-JEK แอปพลิเคชันยอดนิยมของอินโดนีเซียและให้บริการที่หลากหลาย รองลงมา ได้แก่ OVO และ DANA ซึ่งเป็นผู้ให้บริการที่เน้นด้านการโอนเงิน รวมทั้งใช้สำหรับจ่ายค่าสินค้าและบริการออนไลน์

2. เวียดนาม ซึ่งมีตลาดของเศรษฐกิจขยายตัวโดดเด่นที่สุดในอาเซียน ในเวียดตลาด E-wallet ที่มีการแข่งขันสูงนี้เข้ามาแก้ปัญหา (pain point) โดยผู้ให้บริการ E-wallet ในเวียดนามมีหลายราย แต่ที่นิยมมากที่สุดมี 3 ราย คือ Momo, Moca และ ZaloPay  ซึ่งตอบโจทย์การใช้ชีวิตให้กับลูกค้าและผู้ประกอบการ ทำให้เกิดรูปแบบการชำระเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่อำนวยความสะดวกรวดเร็วในการซื้อขาย ลดข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ มีความปลอดภัยเพราะไม่ต้องพกเงินสด ประกอบกับตลาดอีคอมเมิร์ซที่เติบโตรับกระแส COVID-19 ทำให้การใช้ E-wallet ได้รับความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์ 

3. กัมพูชา ในกัมพูชาตลาด E-walle มีผู้ใช้บริการ 5.22 ล้านบัญชี  ปัจจุบันกัมพูชามีผู้ให้บริการรายสำคัญ ได้แก่ TrueMoney, Ly Hour Pay Pro, Pi Pay และ Pay&Go ในอนาคตข้างหน้าตลาดจะได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากกฎหมายอีคอมเมิร์ซที่กำลังจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้จ่ายผ่านช่องทางดิจิทัลเพิ่มขึ้น 

4. สปป.ลาว การใช้บริการ E-wallet เริ่มแพร่หลายมากขึ้น โดยมีผู้ให้บริการรายสำคัญ ได้แก่ BCEL One Pay และ Kiwipay รวมถึง QR Kbank ของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งเป็นแอปพลิเคชัน E-wallet ที่ไม่ต้องผูกกับบัญชีธนาคา

5. เมียนมา การใช้ E-wallet ในเมียนมายังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร เนื่องจากตลาดอีคอมเมิร์ซของเมียนมายังมีขนาดค่อนข้างเล็ก สังเกตได้จากมีจำนวนผู้ซื้อสินค้าออนไลน์เพียง 1.8 แสนคนเท่านั้นเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรราว 54 ล้านคน สำหรับผู้ให้บริการ E-wallet รายสำคัญในเมียนมา ได้แก่ Wave Money, OK Dollar และ TrueMoney

ทีมงาน MBA ขอเพิ่มเติมว่าปัจจุบันการนิยมใช้ E-wallet ในอาเซียนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้น ทำให้ผู้บริโภคคุ้นเคยกับการใช้จ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ข้อดีของการเป็นสังคมไร้เงินสดออย่าง E-wallet ในมุมลูกค้าผู้ใช้บริการ คือ ช่วยให้เกิดความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมการเงินได้ทุกที่ ทุกเวลา ลดค่าใช้จ่ายเรื่องค่าธรรมเนียมทำธุรกรรม และช่วยให้ง่ายต่อการบริหารการใช้เงินผ่านประวัติที่เกิดขึ้นในบัญชี แต่ความสะดวกที่เกิดขึ้นอาจมาพร้อมความเสี่ยงถูกโจรกรรมข้อมูล หรือเงินในบัญชีหากผู้ใช้ขาดความระมัดระวังในการใช้งาน มาตรการรักษาความปลอดภัยและระบบการจัดการจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ที่ผู้ให้บริการต้องดำเนินการอย่างรอบคอบแต่ว่าทุกธนาคารจะมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ทันสมัย มีระบบและขั้นตอนต่างๆ เพื่อรักษาความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ที่มา www.smethailandclub.com/startups-6882-id.html

รูปภาพจาก www.researchleap.com
“E-Wallet” สังคมไร้เงินสด ที่กำลังเติบโตในตลาดอาเซียน EP.60
Scroll to top