“เจ๊ไฝ เขาเป็นใคร? จากร้านสตรีทฟู๊ดธรรมดาที่คว้ารางวัลมิชลินสตาร์ และบุคคลต้นแบบแห่งเอเชีย” EP.19 - Business X Marketing

“เจ๊ไฝ เขาเป็นใคร? จากร้านสตรีทฟู๊ดธรรมดาที่คว้ารางวัลมิชลินสตาร์ และบุคคลต้นแบบแห่งเอเชีย” EP.19

วันนี้ทีมงาน MBA จะพาไปรู้จักกับ ‘ร้านเจ๊ไฝ‘ ร้านอาหารเจ้าดังย่านประตูผี ที่มองดูภายนอกก็จะเหมือนกับร้านอาหารตามสั่งทั่วไปที่ตั้งอยู่ในตึกแถว แต่เมื่อเทียบกับราคาของอาหารแล้วร้านนี้ราคาค่อนข้างสูงกว่าร้านอาหารทั่วไปอยู่มากเลยทีเดียว บางคนที่ไม่เข้าใจและยังไม่เคยได้ลิ้มลองรสชาติอาหาร ก็จะบอกว่าราคาแพงเว่อร์  และร้านนี้ถูกคัดเลือกให้ได้รับมิชลินสตาร์ สตาร์ 1 ดาว มาอย่างต่อเนื่อง 4 ปีซ้อนแล้ว (2561 – 2564) และการันตีความอร่อยอย่างมีคุณภาพของอาหารในร้าน ทำให้มีผู้คนแห่กันไปชิมร้านเจ๊ไฝกันอย่างเนืองแน่น เป็นกระแสร้อนแรงในโซเชียลในวงการอาหารที่น่าตื่นตาตื่นใจ และดูคึกคักมากขึ้น นอกจากมีคนรอต่อคิวแถวยาวเหยียดแล้ว บางคนถึงกับต้องจองล่วงหน้ากันเลยทีเดียว และร้านอาหารของเจ๊ไฝก็ยังคงรูปแบบและขนาดอยู่เท่าเดิมและมีที่นั่งในร้านอยู่ไม่เกินสิบโต๊ะด้วยกัน  ทุกวันนี้เจ๊ไฝยังรับตำแหน่งเป็นหัวหน้าแม่ครัว และปรุงอาหารทุกจานด้วยตัวเองอยู่เหมือนเดิม และนี่เองน่าจะเป็นเหตุผลที่มาของการคว้ารางวัลล่าสุด Icon Award Asia 2021 หรือรางวัลบุคคลต้นแบบ ปี 2564 ที่ประกาศผ่านทางเว็บไซต์ theworlds50best เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์นี้ มาครองอีกรางวัลได้เป็นผลสำเร็จ

เจ๊ไฝเป็นใครมาจากไหน?

ทีมงาน  MBA จะพาไปเปิดประวัติและรู้จัก เจ๊ไฝ ให้มากขึ้น “เจ๊ไฝ” หรือ เปีย-สุภิญญา จันสุตะ อายุ 76 ปี แต่คนส่วนใหญ่ชอบเรียกติดปากว่า เจ๊ไฝ  และนำชื่อนี้มาตั้งเป็นชื่อร้านของตัวเอง โดยร้านเจ๊ไฝ เริ่มเปิดขายอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อประมาณปี 2520 หรือเมื่อ 44 ปีที่แล้ว และเปิดร้านนี้มาด้วยลำแข้งของตัวเอง เนื่องจากชีวิตในวัยเด็กเจ๊ไฝเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่มีฐานะค่อนข้างยากจน เจ๊ไฝ จบแค่เพียงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 แล้วไปเรียนต่อทางด้านตัดเย็บเสื้อ หลังจากเรียนจบแล้วเจ๊ไฝก็ไปสมัครเป็นลูกจ้างร้านตัดเสื้ออยู่หลายปี แต่ก็ไม่ค่อยประสบความสำเร็จสักเท่าไร เพราะช่วงนั้นเริ่มมีเสื้อผ้าสำเร็จรูปเข้ามาขายในไทยเยอะ ลูกค้าก็ไม่ค่อยมาสั่งตัดเหมือนเดิม ไปๆ มาๆ เจ๊ไฝเลยกลับมาช่วยที่บ้านขายก๋วยเตี๋ยว และหัดเรียนรู้การทำอาหารด้วยตัวเอง อาศัยครูลักพักจำบ้าง เรื่องเทคนิคการใช้ไฟ เทคนิคการปรุง การรู้จักเลือกวัตถุดิบต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาในชีวิตการทำอาหารที่ผ่านมา เจ๊ไฝไม่เคยจดสูตรอาหารเอาไว้เลย ทุกอย่างล้วนออกมาจากการจดจำทั้งนั้น 

ทำไม? เจ๊ไฝถึงมีความรู้และสนใจด้านธุรกิจ

   โดยเจ๊ไฝเคยให้สัมภาษณ์ไว้ใน Forbes Thailand ว่าตนนั้นเรียนจบแค่ ป. 4 แต่ชอบยืมหนังสือจากหอสมุดแห่งชาติมาอ่าน และหนึ่งในนั้น ก็คือ  “3 ก๊ก” จึงทำให้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามมักมีจุดหมายเสมอ รวมถึงเข้าใจธุรกิจด้วยว่าควรเริ่มต้นลงมือทำยังไง และพอเกิดปัญหาขึ้นมาจะต้องแก้ไขอย่างไร นอกจากนี้เจ๊ไฝยังเป็นคนกล้าเสี่ยง โดยตั้งแต่ช่วงแรกที่พอเริ่มขายของมีกำไรได้ไม่นาน ก็คิดอยากสร้างความแตกต่างจากร้านอื่นทั่วไป จึงไปลงทุนซื้อกุ้งทะเลไซส์ใหญ่มาทดลองทำผัดไทยในแบบฉบับของตัวเองขาย เริ่มต้นที่จานละ 120 บาท ซึ่งในสมัยนั้นยังไม่มีใครกล้าขายในราคานี้ ช่วงแรก ๆ ลูกค้าก็ตกใจ แต่ปรากฏว่าเมื่อลูกค้าได้ลองซื้อไปแล้วได้กลับมากินซ้ำอยู่เรื่อย ๆ จึงเริ่มมองเห็นฐานลูกค้าใหม่ที่เกิดขึ้น คือ ขอให้ได้กินของดีของอร่อย ยังไงก็มีคนยอมจ่าย จนนำมาใช้เป็นแนวทางในการทำธุรกิจตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยพุ่งเป้าไปที่วัตถุดิบจากทะเลเป็นหลัก จนทำให้เป็นที่รู้กันดีว่าหากอยากกินเมนูอาหารทะเลคุณภาพ สดใหม่ จานโต ต้องมาที่นี่ แน่นอนว่าราคาก็ต้องสูงขึ้นตามไปด้วย โดยราคาเฉลี่ยเริ่มต้นที่ 200 บาท ไปจนถึงเมนูพิเศษสุดอลังการอย่าง ‘ราดหน้าหอยเป๋าฮื้อเม็กซิโก’ ที่ว่ากันว่าราคาจานละเป็นหมื่นบาทกันเลยทีเดียว

เมนูเด็ดของร้านเจ๊ไฝมีอะไรบ้าง?

 ทีมงาน MBA ขอบอกว่า เมนูเด็ดร้านเจ๊ไฝ อย่างเช่นไข่เจียวปูที่เรารู้จักกันดีนั้น โดยวิธีการทำจะทอดไข่ให้ม้วนเป็นก้อนโต ๆ โดยจานหนึ่งจะใช้เนื้อจากกรรเชียงปูกว่า 300 กรัม ใส่ลงไป ทอดในน้ำมันที่ร้อนจัด แถมมีเทคนิคพิเศษที่ร้านอื่นเลียนแบบไม่ได้ นั่นคือ การทอดไข่ให้ฟู ให้ความร้อนสม่ำเสมอ ใช้ตะหลิวกดและทำให้ไข่ม้วนเป็นรูป ใช้เวลาประมาณ 10 นาทีต่อจาน ทำให้เวลาเอาช้อนตักออกมาจะเจอแต่เนื้อปูก้อนใหญ่อยู่ข้างใน ซึ่งราคาไข่เจียวปูของทางร้าน ขายอยู่จานละ 800-1,000 บาท นอกจากนี้ยังมีเมนูยอดนิยมที่มาแล้วต้องสั่ง อาทิ ต้มยำแห้ง ปูผัดผงกระหรี่ โจ๊กแห้ง ผัดขี้เมา เป็นต้น ในแต่ละวัน เจ๊ไฝทุ่มเทให้กับการปรุงอาหารทุกจาน เพื่อเสิร์ฟของดีที่สุดให้ลูกค้า ต้องยืนหน้าเตาถ่าน และน้ำมันที่เดือดร้อนๆ ตลอดทั้งวัน วันละ 10 ชั่วโมง  สำหรับเมนูเด็ดร้านเจ๊ไฝอย่าง ‘ไข่เจียวปู’ ที่กำลังเป็นกระแสว่า เจ๊ไฝ มีการขึ้นราคาอาหาฟรหลังได้รับดาวมิชลินหรือเปล่า?  ทางทีมงาน MBA ขอตอบว่า ราคาไข่เจียวปูของทางร้านเจ้ไฝ ขายอยู่จานละ 800-1,000 บาท ซึ่งขายราคานี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ก่อนที่จะได้รับดาวมิชลินซะอีก 

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมร้านเจ๊ไฝถึงได้ดาวมิชลิน?  

   วันนี้ทีมงาน MBA มีคำตอบคือ ร้านเจ๊ไฝถูกคัดเลือกจาก “มิชลิน ไกด์ กรุงเทพฯ” และให้ได้รับรางวัล 1 ดาว มิชลินสตาร์ นอกจากนี้เจ๊ไฝยังได้รับรางวัลบุคคลต้นแบบแห่งปี หรือ Icon Award Asia 2021 ที่ได้รับจากเว็บไซต์ theworlds50best สื่ออังกฤษอีกด้วย  เนื่องจากร้านเจ๊ไฝเป็นร้านอาหารที่อร่อยมาก เมื่อเทียบกับร้านอาหารประเภทเดียวกัน ถือเป็น 1 ใน 52 ร้านอาหารของไทยที่ผ่านการคัดเลือกในครั้งนี้ ซึ่งรางวัลนี้เป็นหนังสือแนะนำสุดยอดอาหารเลิศรสในไทยเล่มแรกอีกด้วย นอกจากนี้ ร้านเจ๊ไฝ ยังผ่านคุณสมบัติในการคัดเลือกครบทั้ง 5 ข้อ ได้แก่ คุณภาพของส่วนผสม, ทักษะในการปรุงอาหาร, การผสมผสานของรสชาติ และระดับความคิดสร้างสรรค์, คุณค่าของราคาอาหาร และความมีมาตรฐานคงที่ของคุณภาพอาหาร เป็นการได้รับรางวัลระดับโลกครั้งแรกของสตรีทฟู้ดเมืองไทย แต่เท่านั้นยังไม่พอร้านเจ๊ไฝยังได้รับรางวัลต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ จนปัจจุบัน คือ รางวัลมิชลินสตาร์ 1 ดาว 4 ปีซ้อน ทำให้ผู้คนรู้จักและให้ความสนใจจับตามองร้านเล็ก ๆ แห่งนี้เพิ่มมากขึ้นและเรื่องราวของ เจ๊ไฝ ยังถูกนำไปเผยแพร่เป็นสารคดี Local Heros ของสตรีทฟู้ดไทย ใน Netflix อีกด้วย 

ทีมงาน MBA เชื่อว่า เหตุผลที่เจ๊ไฝได้รับรางวัลนี้ เพราะมองว่าเจ๊ไฝ เป็นบุคคลที่ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบ และ ทุ่มเทให้กับการปรุงอาหารทุกจาน เพื่อเสิร์ฟของดีที่สุดให้ลูกค้า และได้ให้นิยามกับเจ๊ไฝว่า “ราชินีแห่งสตรีฟู้ด ผู้ทุ่มเทให้กับคุณภาพของวัตถุดิบ”  จนสามารถสร้างร้านเล็ก ๆ ให้มีชื่อเสียงในระดับโลกได้

ที่มา : www.smethailandclub.com

รูปภาพจาก www.many-menu.com
“เจ๊ไฝ เขาเป็นใคร? จากร้านสตรีทฟู๊ดธรรมดาที่คว้ารางวัลมิชลินสตาร์ และบุคคลต้นแบบแห่งเอเชีย” EP.19
Scroll to top