คิดก่อน หากจะซื้อบ้านหลังแรก EP.10 - Business X Marketing

คิดก่อน หากจะซื้อบ้านหลังแรก EP.10

คิดก่อน หากจะซื้อบ้านหลังแรก

รูปภาพจาก www.freepik.com

ทีมงาน MBA เชื่อว่าการมีบ้านเป็นของตัวเอง เป็นความใฝ่ฝันของทุกคนที่ต้องการความมั่นคงและมีทรัพย์สินที่เราเป็นเจ้าของเองอย่างภูมิใจ ซึ่ง “บ้าน” ในที่นี้อาจหมายความรวมไปถึง บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ ทาวน์โฮม คอนโดมิเนียม ซึ่งปัจจุบันอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ถือเป็นสิ่งปลูกสร้างที่คนให้ความนิยมและมีความต้องการสูงและสำคัญในการดำรงชีวิต ดังนั้น ทีมงาน MBA ขอเพิ่มเติมว่าหากเรามีหน้าที่การงานและมีรายได้ที่มั่นคงแล้ว หลายๆ คนก็คงอยากจะเติมเต็มความฝันของตัวเองด้วยการมีบ้าน

 ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกบ้านสักหลัง ต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง? 

ทีมงาน MBA ได้ศึกษาข้อมูลในการตัดสินใจเลือกซื้อบ้านว่าจะต้องพิจารณาจากอะไรบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

1. สำรวจสถานะทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันช่วงก่อนซื้อบ้านหลังแรก หรือเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านที่ควรรู้ทั้งหมด รายได้ และ ค่าใช้จ่าย จะเป็นตัวกำหนดความสามารถในการผ่อนชำระหนี้ ถ้าเรามีเงินสดมากพอจะซื้อบ้านเงินสดก็ย่อมได้ ดีเสียอีกไม่เป็นภาระระยะยาวไม่ต้องเสีย ดอกเบี้ย แต่น้อยคนนักที่จะมีเงินพอซื้อบ้านด้วยเงินสด ซึ่งตามหลักการวางแผนการเงินควรมีภาระหนี้ทุกประเภทแต่ละเดือนสูงสุดไม่เกิน 40% ของรายได้ เช่น เงินเดือน 45,000 บาท ควรมีหนี้ต้องผ่อนรวมกันไม่เกิน 18,000 บาท ดังนั้น หากมีหนี้อื่นๆ เช่น หนี้รถ หนี้บัตรเครดิต ที่ต้องผ่อนในแต่ละเดือน อาจทำให้การขอสินเชื่อบ้านได้ในวงเงินลดน้อยลง ดังนั้น ก่อนซื้อบ้านควรสำรวจรายได้เพื่อประเมินว่าตัวเองเหมาะกับการซื้อบ้านราคาไหน และสำรวจค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้อยู่ในระดับที่รายได้และเงินออมของเราครอบคลุมหรือไม่ เพื่อประเมินความสามารถในการผ่อนชำระหนี้แต่ละเดือนของเราได้นั่นเอง

2. ซื้อบ้านในราคาที่เหมาะสม การตั้งงบประมาณ ตลอดจนปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการเลือกซื้อบ้าน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ถือเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับคนที่กำลังมองหาบ้านหลังแรกเพื่ออยู่อาศัยเอง ทุกคนที่คิดจะซื้อบ้านจำเป็นต้องทำการศึกษาข้อมูลเหล่านี้ให้ดีทั้งในเรื่องของทำเลที่ตอบโจทย์ชีวิตความเป็นอยู่ และราคาที่สอดคล้องกับความสามารถในการซื้อที่อยู่อาศัยถือเป็นปัจจัยที่มีความสอดคล้องกัน  เมื่อรู้สถานะทางการเงินและความสามารถในการผ่อนชำระหนี้แต่ละเดือนแล้ว ก็จะรู้ว่าควรซื้อบ้านที่ราคาไหน  ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถคำนวณเงินที่จะสามารถใช้จ่ายในแต่ละเดือนได้อย่างเหมาะสมและไม่เกินตัวจน

3. การวางเงินดาวน์ โดยผู้กู้ต้องมีเงินดาวน์หากสภาพการเงินของผู้กู้ยังไม่พร้อม อาจเป็นความเสี่ยงที่ทำให้ผู้กู้ขาดสภาพคล่องทางการเงินได้ง่าย ๆ แม้ว่าธนาคารจะอนุมัติวงเงินกู้เต็มราคาบ้าน แต่ผู้กู้ก็ต้องมีเงินดาวน์สำรองเผื่อไว้ก่อนด้วย เมื่อวางแผนซื้อบ้านก็ต้องมีเงินสำหรับดาวน์บ้าน ประมาณ 5 – 20% ของราคาบ้าน  ซึ่งมีหลายๆ คนที่เลือกจ่ายเงินดาวน์ให้น้อยที่สุด ข้อดี คือ ใช้เงินตัวเองไม่เยอะ และข้อเสีย คือ มีภาระดอกเบี้ยจ่ายสูง ดังนั้น หากเป็นไปได้ควรเตรียมเงินให้พร้อมสำหรับดาวน์บ้านให้มากที่สุด เช่น 20% หรือ 30% ก็จะช่วยประหยัดดอกเบี้ยได้มากขึ้น 

4. เพิ่มเงินผ่อนต่อเดือน ช่วงเริ่มวัยทำงาน เงินเดือนยังไม่ได้เยอะก็ควรเลือกระยะเวลาผ่อนบ้านให้นานที่สุด เช่น 25 ปี หรือ 30 ปี เป็นต้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย แต่เมื่อไหร่ที่เงินเดือนเพิ่มสูงขึ้นหรือมีรายได้พิเศษก็ต้องเพิ่มเงินที่ผ่อนแต่ละเดือนให้สูงขึ้น อาจใช้วิธีเพิ่มแบบขั้นบันใด เช่น ปีนี้ผ่อนเดือนละ 6,765 บาท ปีหน้าผ่อนเดือนละ 7,765 บาท ปีถัดมาผ่อนเดือนละ 8,765 บาท เป็นต้น ก็จะทำให้ประหยัดดอกเบี้ยและปลดหนี้ได้เร็วยิ่งขึ้น 

คนส่วนใหญ่คิดอย่างไรกับการซื้อบ้าน ?

ทีมงาน MBA ขอเสริมว่า การคิดมีบ้านสักหลังอาจเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน บางคนอาจมีความสับสันว่าจะเริ่มต้นอย่างไร หรือกังวลว่าจะกู้เงินไม่ผ่าน เพราะการซื้อบ้านเป็นเรื่องใหญ่และเราต้องเป็นหนี้ระยะยาว แต่ถ้าเรามีการวางแผนรอบคอบเป็นขั้นตอน ประกอบกับการมีวินัยในการผ่อนชำระให้ตรงเวลา การมีบ้านสักหลังจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป คิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจซื้อ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่อยากมีบ้านในฝันค่ะ

ที่มา www.scb.co.th

คิดก่อน หากจะซื้อบ้านหลังแรก EP.10
Scroll to top