IKEA ทำอะไร? ทำไมถึงได้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก! - Business X Marketing

IKEA ทำอะไร? ทำไมถึงได้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก!

IKEA ทำอะไร ทำไมถึงได้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก
เรื่องราวในตอนที่ 2 ของคุณ Ingvar Kamprad และ อาณาจักร IKEA
หลังจากในตอนที่แล้ว เราได้มีการพูดถึงชีวิต
เรื่องราวของคุณ Ingvar Kampard และการก่อตั้ง IKEA
.
สามารถอ่านบทความในตอนที่ 1 ได้ที่ https://www.facebook.com/100984001615710/posts/169794074734702/?extid=0&d=n
.
เรื่องราวการเติบโตไปอีกขั้นของ IKEA
เกิดขึ้นหลังจาก IKEA ได้ประสบความสำเร็จ
จากการขายเฟอร์นิเจอร์ คุณภาพดี ราคาจับต้องได้
ทำให้แบรนด์IKEA มีชื่อเสียงมากขึ้นอย่างรวดเร็วในระดับท้องถิ่นและประเทศสวีเดน
.
แต่นั่นก็ยังไม่พอสำหรับคุณ Ingvar ที่ต้องการให้
เฟอร์นิเจอร์ของเค้า เข้าถึงผู้คนให้ได้มากที่สุด
และเปลี่ยนใจให้คนที่ยัง “ลังเล” ที่จะซื้อสินค้าของเค้า ให้กลายเป็น “ลูกค้า” ให้ง่ายที่สุด
.
ซึ่งปัญหาที่คุณ Ingvar ได้เจอก็คือ
ยังมีลูกค้าอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่มั่นใจในการซื้อของตามรูปจากแคตตาล็อก
เนื่องจากไม่มั่นใจว่าสินค้าชิ้นนี้เมื่อถูกประกอบสำเร็จแล้ว
จะเข้ากับบ้านหรือห้องของตัวเองหรือไม่
คุณ Ingvar เมื่อได้รับ feedback ของลูกค้ามาแบบนี้
แน่นอนว่าเค้าไม่นิ่งเฉยอย่างแน่นอน
.
คุณ Ingvar จึงได้ทำการปรับ “วิธีการขาย” ของเค้า
โดยการสร้างสิ่งที่เรียกว่า IKEA Showroom แห่งแรกขึ้นมาในปี 1953
ที่เมือง Älmhult ประเทศสวีเดน
.
จุดประสงค์แรกของโชว์รูมแห่งนี้ มีไว้เพื่อให้ลูกค้าของ IKEA
สามารถเลือกดูสินค้าที่ประกอบสำเร็จแล้ว
และเพื่อทำให้การ “ตัดสินใจซื้อ” ของลูกค้านั้นง่ายขึ้น เมื่อได้เดินเลือกชม
และเห็นสินค้าจริงๆ ไม่ใช่แค่รูปภาพในแคตตาล็อก
.
ถือเป็นการสร้าง ประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experiences)
ครั้งสำคัญของ IKEA และการปรับเปลี่ยยนี้ก็นำพายอดขายถล่มทลายมาสู่IKEA
.
แต่ในเรื่องราวของชายผู้เป็นตำนานคนนี้
เมื่อแก้ปัญหาหนึ่งแล้ว ก็จะสังเกตเกิดปัญหาที่ตามมาเสมอ
และเค้าคนนี้ไม่เคยปล่อย ”โอกาส” และ “ปัญหา”
ให้อยู่นอกสายตาของเค้าเลยแม้แต่ครั้งเดียว
.
อีกปัญหาที่คุณ Ingvar Kamprad สังเกตได้ต่อมา
หลังจากการมีโชว์รูมแรกของ IKEA แล้ว ก็คือ
ด้วยความที่โชว์รูมของอิเกียนั้นอยู่ห่างจากตัวเมือง
ผู้คนที่เข้ามาเลือกเฟอร์นิเจอร์ จึง “ใช้เวลา” เดินอยู่ในIKEA ไม่ถึงครึ่งวัน
เนื่องจากชานเมืองที่ตั้งขอโชว์รูมนั้นไม่มีร้านอาหารอยู่โดยรอบ
จึงทำให้ลูกค้าต้องเดินทางกลับเข้าเมืองเพื่อไปรับประทานอาหาร
และส่วนใหญ่เมื่อกลับเข้าไปในเมืองแล้ว ก็จะไม่เดินทางกลับเข้ามาที่โชว์รูมอีก
.
ฟังดูก็อาจจะเป็นปัญหาธรรมดาๆ ที่ห้างร้านตามย่านชานเมืองนั้นพบเจอกันเป็นปกติ
แต่ Ingvar Kamprad ไม่ใช่คนที่จะเพิกเฉยต่อปัญหาทุกประการ
.
และปัญหานี้ก็ทำให้เกิด IKEA Restaurant
ร้านอาหารซึ่งตั้งอยู่ภายในโชว์รูม เพื่อทำให้ผู้คนที่เข้ามาเลือกสินค้า
สามารถทานอาหารกลางวัน ข้างในโชว์รูมของIKEAได้เลย
โดยที่ไม่ต้องเดินทางกลับเข้าไปในเมือง
ทำให้ลูกค้าที่เข้ามาเลือกสินค้านั้น “ใช้เวลา” ในการเดินดูสินค้าได้มากขึ้น
เลือกสินค้าได้นานขึ้น และทำให้ “ตัดสินใจซื้อ” ได้ง่ายขึ้น
.
แต่นั่นก็ยั่งไม่ง่ายและรวดเร็วเพียงพอ
ผู้คนที่เข้ามาเลือกชมเฟอร์นิเจอร์ของ IKEA
เมื่อเห็นสินค้าจริง ได้ใช้เวลาเลือกสินค้าเป็นเวลานานแล้ว
แต่เมื่อกลับถึงบ้าน พวกเค้าอาจจะเปลี่ยนใจ
ตัดสิ่งของบางอย่างออกจากลิสต์สิ่งที่อยากได้ ก่อนที่จะโทรหรือส่งไปรษณีย์ไปสั่งก็ได้
.
คุณ Ingvar จึงปรับ Customer Experience ของ IKEA อีกครั้ง
โดยการสร้าง IKEA Store และ Warehouse หรือโกดังสินค้า
ที่เดียวกันกับโชว์รูมเสียเลย
.
IKEA Store แห่งแรกจึงถูกก่อตั้งขึ้นมา ในปี 1958
.
เพื่อให้ลูกค้า เมื่อ“ตัดสินใจซื้อ” แล้ว ก็สามารถเดินเข้าไปหยิบ
และ“ซื้อ” สินค้านั้นได้เลยในที่เดียวกัน โดยที่ไม่ต้องเสียค่าส่งเพิ่มเติม
.
ไม่ว่าจะเป็น IKEA Store ที่ประกอบไปด้วย
Showroom แสดงโชว์สินค้าตัวอย่าง,
IKEA Restaurant ร้านอาหารรสชาติดีของ IKEA,
Warehouse หรือโกดังสินค้าที่ทำให้ลูกค้าสามารถเข้าไปหยิบสินค้านั้นได้ด้วยตัวเอง
.
ส่วนประกอบทั้งหมดที่กล่าวมานั้น เป็นการแสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหา
ด้วยการปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experienecs) ให้ดีขึ้น
ทำให้การตัดสินใจของลูกค้าเป็นไปได้ง่ายขึ้น
และสร้างยอดขายให้ IKEA ได้มากขึ้นเพิ่มไปอีก
.
และที่น่าสนใจคือ องค์ประกอบทั้งหมดของIKEA Store
ถูกคิดค้นและริเริ่มในช่วงปี 1950-1960 นั้น
ยังเป็นองค์ประกอบสำคัญ และกลายเป็นอัตลักษณ์ของIKEA
ที่ถูกใช้งานมายาวนานกว่า 60ปี จนถึงทุกวันนี้
.
เมื่อองค์ประกอบทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์
และผ่านการพัฒนาซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเวลาผ่านไป10ปี
IKEA ได้เติบโตเป็นแบรนด์เฟอร์นิเจอร์อันดับหนึ่ง
ของประเทศสวีเดนและประเทศในแถบสแกนดิเนเวียเป็นที่เรียบร้อย
.
และแล้ว ก็ถึงเวลาของการเติบโตในระดับโลก
เพื่อทำให้ผู้คนทั่วโลกได้เข้าถึงเฟอร์นิเจอร์ของ IKEA
อย่างที่ Ingvar Kamprad ได้ตั้งใจ
โดยประเทศแรกและตลาดแรกที่ IKEA ได้เริ่มขยายนั้น
ได้ชื่อว่าเป็นตลาดที่ใหญ่และหินที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
นั่นก็คือ “ประเทศอเมริกา”
ซึ่งมีคู่แข็งและเจ้าตลาดในประเทศอยู่เป็นจำนวนมาก
IKEA จึงจำเป็นต้องทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
เพื่อที่จะเป็นสินค้า “เรือธง” ที่สร้างชื่อเสียงและ แรงดึงดูดให้กับ IKEA
.
สินค้าที่ว่านั่นก็คือ “Billy” ตู้หนังสือดีไซน์เรียบง่าย น้ำหนักเบา
แต่สามารถบรรจุของได้เยอะ และใส่ของที่มีน้ำหนักมากได้
.
และเจ้าBilly กับ IKEA ก็ทำสำเร็จ
และความพิเศษในความเรียบง่ายของตู้หนังสือตัวนี้
ไม่เพียงแต่ทำให้IKEA ได้เปิดตลาดอเมริกา
แต่ยังเป็นการเปิดหูเปิดตาผู้คนจากทั่วโลก
เพื่อให้รับรู้ถึงการมีอยู่ของแบรนด์ที่ชื่อ IKEA อีกด้วย
.
และความท้าทายอีกขั้นของการขยาย IKEA
ก็คือการเข้ามาสู่ “ตลาดเอเชีย”
อีกหนึ่งตลาดที่ยากไม่แพ้กับอเมริกาหรือยุโรป
เนื่องจากมีความต้องการที่จำเพาะ
และมีวิถีชีวิตของผู้คนต่างออกไปจากชาวตะวันตก
.
คุณ Ingvar ได้ค้นพบว่า ประชากรในทวีปเอเชีย
ในประเทศที่มีตลาดใหญ่ๆ เช่น ฮ่องกง ญี่ปุ่น ไต้หวัน
พักอาศัยอยู่ในอพาร์ทเมนท์เล็กๆ มากกว่าอยู่บ้าน
การพัฒนาเฟอร์นิเจอร์รูปแบบใหม่ เพื่อเจาะตลาดเอชีย
จึงได้ออกผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้หลายหลาย ในพื้นที่จำกัด
ให้เหมาะสมกับการใช้งานในพื้นที่เล็กๆ ได้าสำเร็๗
.
ความสำเร็จอีกหนึ่งประการของ IKEA ก็คือ
การเอาชนะใจ “คนรักสิ่งแวดล้อม”
ด้วยวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของคุณ Ingvar
ที่มองเห็นว่าธุรกิจของตนเองเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องใช้ “ไม้” จำนวนมาก
อาจจะทำให้เกิดความไม่พอใจกับกลุ่มคนรักสิ่งแวดล้อมได้
.
ซึ่งคุณ Ingvar ได้มองเห็นเรื่องนี้ตั้งแต่ในช่วงปี 1990
ซึ่งประเด็นทางสิ่งแวดล้อมยังไม่ถูกพูดถึงมากนัก
และ IKEA ก็ได้เดินเกมโดยการ ออกผลิตภัณฑ์ทางเลือก
สำหรับการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
ประกอบกับการทำประชาสัมพันธ์ และทำแคมเปญเพื่อสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด
.
จนทำให้ IKEA กลายเป็นหนึ่งในชื่อของ “แบรนด์รักษ์โลก” ที่ผู้คนจดจำได้ถึงทุกวันนี้
.
การเดินทางในเส้นทางธุรกิจกว่า 86 ปี ของ Ingvar Kamprad
สิ้นสุดลงในปี 2018 เมื่อคุณ Ingvar Kamprad
ได้เสียชีวิตลงด้วยโรคชราอย่างสงบ ในวัย 91 ปี
.
เรื่องราวชีวิตของผู้ชายคนนี้
ไม่เพียงแต่จะเป็นเรื่องราวของนักธุรกิจผู้เป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลก
แต่ยังเป็นเรื่องราวที่เราสามารถเรียนรู้ถึง
ความช่างสังเกตในการค้นหาโอกาสทางธุรกิจ
ตลอดจนการมีพันธกิจที่แน่วแน่
ที่จะทำให้ให้เฟอร์นิเจอร์ของเค้า เข้าถึงผู้คนได้ทั้งโลก
.
ความขยันและอดทนตลอดเส้นทางการทำธุรกิจ
.
ที่ไม่ว่าจะมีกี่ปัญหาที่เข้ามาในเส้นทางการทำธุรกิจ
สิ่งที่ Ingvar Kamprad เลือกที่จะทำ
ไม่ใช่การหนีหรือหลีกเลี่ยงปัญหา
แต่เป็นการแก้ปัญหาเหล่านั้นอย่างจริงจังและชาญฉลาด
.
จึงทำให้เกิดการสร้าง “นวัตกรรม” มากมายที่ยังใช้มาจนทุกวันนี้
ประกอบกับการมีวิสัยทัศน์ที่มองการณ์ไกล
จึงทำให้ IKEA นั้นล้ำหน้าไปไกลกว่าคู่แข่ง 1 ก้าวเสมอ
.
และสามารถ้าวมาเป็น แบรนด์เฟอร์นิเจอร์อันดับหนึ่งของโลกได้ จนถึงทุกวันนี้
.
ถึงแม้ว่า Ingvar Kamprad จะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้ว
แต่เรื่องราวความสำเร็จของ IKEA
และนวัตกรรมที่เกิดจากการมองการณ์ไกลของเค้า
.
จะยังคงอยู่เป็นตำนานให้โลกใบนี้ต่อไป
……………………………………………………………………….
📌 อย่าลืมกดติดตาม 📌
จะได้ไม่พลาด ความรู้ธุรกิจ นอกห้องเรียน
.
IKEA ทำอะไร? ทำไมถึงได้กลายเป็นแบรนด์ระดับโลก!
Scroll to top