ไอเดียธุรกิจที่ดี ล้ำยุค แต่กลับทำในสิ่งที่ตนไม่ถนัด ธุรกิจก็ไม่อาจไปต่อได้ - Business X Marketing

ไอเดียธุรกิจที่ดี ล้ำยุค แต่กลับทำในสิ่งที่ตนไม่ถนัด ธุรกิจก็ไม่อาจไปต่อได้

ลองจินตนาการว่าท่านอยู่ในยุค 2000s แล้วในตอนนั้นมีคนคิดบริการรับส่งอาหารเหมือนอย่างในสมัยนี้ และผู้ส่งก็มีแต่หุ่นยนต์!!!

 

ท่านเชื่อหรือไม่ model ธุรกิจนี้กลับล้มไม่เป็นท่า ทั้งที่มีทุนหนา แต่เป็นการทำในสิ่งที่ตนเองไม่ถนัด ท่านอาจคิดว่าบ้าไปแล้วแน่ๆ แล้วทำไมสมัยนี้ทำแล้วรุ่งกันจังแต่ความเป็นจริง คือ มีบริษัทแห่งหนึ่งที่คิดจะทำธุรกิจอย่างนี้จริงๆ นั่นคือ Webvan บริษัทฟอร์มยักษ์ที่เคยมีมูลค่า 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 3 หมื่นล้านบาทในสมัยเมื่อ 10-20 ปีก่อน  ซึ่งนับว่าเป็นมูลค่าที่สูงมาก

แต่ 2 ปีให้หลังจากแผนการดังกล่าว บริษัทต้องปลดพนักงาน 2,000 คน และก็ต้องปิดตัวไปด้วย

เกิดอะไรขึ้น?

ทำไมบริษัทที่มีทุนหนาขนาดนี้กลับล้มละลายหายไป?

ทำไมการลงทุนกับเทคโนโลยีถึงไม่รุ่งเหมือนกับคนในยุคนี้บอกเล่ากัน?

วันนี้ทีมงาน MBA จะเล่าให้ฟังครับ

ไอเดียสุดเจ๋ง เพื่อความสะดวกสบายของคนธรรมดา

บริษัท Webvan ก่อตั้งในปี 1999  โดยหลักๆ แล้วการทำงานของพวกเขาคือเปิดบริการร้านสะดวกซื้อที่มีการส่งสินค้าถึงหน้าบ้าน ซึ่งลูกค้าจะมีการสั่งซื้อออนไลน์กัน  และก็มีศูนย์เติมสินค้าที่ล้วนปฏิบัติการด้วยหุ่นยนต์

แต่นั่นก็ยังไม่ใช่เหตุผลที่พวกเขาล้มละลาย

ทฤษฎีพาซวย???

เหตุผลหลักๆ คือ การที่พวกเขาเร่งเติบโตตามหลัก ‘Get Big Fast’ (GBF)

ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ทางธุรกิจ ซึ่งเน้นราคาต่ำ และ ขยายตลาดมากๆเพื่อเพิ่มฐานผู้ใช้  โดยพวกเขาเชื่อว่า นั่นจะส่งผลให้บริษัทมีผลกำไรที่มากขึ้นและสามารถเพิ่มจำนวนลูกค้าได้อย่างมหาศาล  โมเดลนี้เป็นโมเดลที่สตาร์ทอัพในสมัยนั้นต่างนิยมเลือกใช้กันมาก

และในปีที่พวกเขาก่อตั้งนั้นเอง เขาก็ได้ประกาศจะขยายสาขาไปถึง 26 เมืองใหญ่เลยทีเดียว ณ จุดๆหนึ่ง สตาร์ทอัพที่สำเร็จก็เริ่มที่จะขยายตัวธุรกิจ (Scaling Up)  แต่การขยายธุรกิจนั้นควรที่จะทำหลังจากที่โมเดลธุรกิจตัวแรกนั้นสามารถที่จะบอกได้แล้วว่า “ สำเร็จ” ก่อน

 

ซึ่ง Webvan ก็ได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ แต่ก็ยังไม่ใช่แค่นั้นที่ผู้ประกอบการสมัยใหม่ต้องพึงระวังกัน Webvan เลือกที่จะสร้างทุกอย่างเองไม่ว่าจะแขนกล ที่ชาร์จไฟ รวมถึงระบบนำทาง  พวกเขาไม่ได้คิดที่จะซื้อหุ่นยนต์สำเร็จรูปมาประกอบกันเอง ทั้งๆที่ตัวเองนั้นก็เป็นบริษัทค้าขาย ไม่ใช่ที่เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์

และยังมีอีกหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตที่ล่าช้ามาก รวมถึง การสั่งซื้อของออนไลน์นั้นยังไม่เป็นที่นิยมใช้กันในสมัยนั้น

หรืออาจกล่าวได้ว่าเขาเกิดผิดยุค

ถ้าเป็นยุคนี้อาจจะขึ้นชั้นเป็น Startup ระดับยูนิคอร์นที่ประสบความสำเร็จระดับแนวหน้าของโลกไปแล้ว (สตาร์ท อัพระดับยูนิคอร์นคือ  สตาร์ท อัพที่มีมูลค่ามากกว่า 1,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐ) แต่เหตุผลหลักๆ เลยนั้นก็เพราะ ผู้บริหาร รวมถึง นักลงทุน นั้นพากัน ตกหลุมเข้าไปในห้วงความคิดแบบ “ คิดเอง เออเอง” โดยพวกเขาก็ป้อนความคิดให้กันเองว่าโลกนี้มันไปไกลและใหญ่มากแค่ไหน โดยที่ปราศจากการสร้างพื้นฐานความเป็นจริงเลยแม้แต่น้อย

 

การทำสตาร์ท อัพนั้นไม่ใช่ว่าจะต้องมีความคิดที่อยากจะเปลี่ยนโลกด้วย เทคโนโลยีอย่างเดียว เราจะต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมที่จะเข้าใจในธุรกิจด้วย

น่าเสียดายที่ธุรกิจขนส่งสินค้าออนไลน์แบบนี้กลับต้องหายไปก่อนเวลาอันสมควร พวกเขามีแนวคิดที่ล้ำหน้ามากสำหรับธุรกิจในสมัยนั้น แต่ก็เพราะความที่ก้าวหน้าเกินไป คนอื่นๆ ก็เลยตามไม่ทัน

สตาร์ท อัพนั้นต้องอิงจากความสามารถในการขยายตัว (Scalable) และก็ความสามารถที่จะทำซ้ำได้ (Repeatable) เพื่อที่จะรองรับลูกค้าได้มากๆ นั้น และดูเหมือน Webvan นั้นจะลืมคำนึงถึงเรื่องนี้ไปด้วย

ก็อยากจะฝากให้เป็นข้อคิดสำหรับคนรุ่นใหม่ ควรคำนึงถึงการทำธุรกิจในระยะยาวแบบนี้ว่าไม่ใช่มีแค่เพียงไอเดียที่ดี แต่ต้องประกอบกับอะไรหลายๆอย่างด้วย

ทั้งนี้ที่เอาเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟัง ก็ไม่ใช่เพื่อจะมาตอกย้ำความผิดพลาดของใคร ทุกคนมีความผิดพลาดกันได้ แต่เพราะความผิดพลาด เป็นครูที่ยอดเยี่ยม ที่จะช่วยทำให้ธุรกิจนั้นเดินหน้า ข้ามปัญหาต่างๆไปได้

 

ก็อยากฝากกรณีศึกษานี้ไว้เป็นสิ่งช่วยเตือนใจกันนะครับ

 

สำหรับวันนี้ทีมงาน MBA ก็ขอตัวลาไปก่อน

 

รักษาสุขภาพด้วยนะครับ

 

สวัสดีครับ

 

อ้างอิง

 

https://mays.tamu.edu/research/limits-to-growth-in-the-new-economy-exploring-the-get-big-fast-strategy-in-e-commerce/

 

https://yourstory.com/2014/09/webvan-e-tailer

ไอเดียธุรกิจที่ดี ล้ำยุค แต่กลับทำในสิ่งที่ตนไม่ถนัด ธุรกิจก็ไม่อาจไปต่อได้
Scroll to top