เมื่อแบรนด์ยักษ์ใหญ่เพิ่มยอดขายด้วย “พยากรณ์อากาศ”??? - Business X Marketing

เมื่อแบรนด์ยักษ์ใหญ่เพิ่มยอดขายด้วย “พยากรณ์อากาศ”???

ใครจะไปรู้ล่ะครับ ว่าบริษัทแชมพูชื่อดังอย่าง Pantene

จะได้จับมือกับเว็บพยากรณ์อากาศของต่างประเทศอย่าง “ The Weather Channel ” ทำแคมเปญการตลาดตัวหนึ่งขึ้นมา แล้วสิ่งที่ตามมานั่นคือ ยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นถึง 24%!!!

เพียงแค่การนั่งดูสถิติก็เพิ่มยอดขายได้แล้วหรือ???

 

พวกเขาทำได้อย่างไร???

 

วันนี้ทีมงาน MBA จะพาดูวิธีการใช้ข้อมูลอย่างชาญฉลาดกันครับ

 

ปัญหาอันน่ากวนใจของเส้นผม

 

ไม่ว่าเส้นผมและทรงผมของคุณจะดูดีมากแค่ไหนในแต่ละวัน แต่เมื่อได้เผชิญกับสภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งฝุ่น ความชื้น แสงแดดจัดๆ ลมแรง และฝน ตลอดจนเหงื่อของตัวเราเอง ทำให้ทุกๆ คน ก็ไม่น่าจะเหลือทั้งเส้นผมและทรงผมสวยๆ ที่ตั้งใจไว้ใช่ไหมล่ะครับ
สภาพอากาศนั้นเป็นตัวชี้วัดได้ทันทีเลยว่า เส้นผมและทรงผมที่เรานั้นอุตส่าห์เสียเวลาทำและดูแลมาจนสวยงามก่อนออกจากบ้าน แต่เมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จะทำให้เส้นผมเสีย และผลเสียทรง ทำให้บุคคลิกดูไม่ดีเลย เพราะฉะนั้นผมว่าจะเป็นการดีที่เราจะไปดูกันสักหน่อยว่า อากาศแบบไหน ที่เส้นผมไม่ชอบ??? (ความจริงแล้วก็ไม่น่าจะชอบสักอย่าง)

 

ลม

ลมนั้นเดาว่าทุกๆ คนคงไม่ชอบให้มีลมมายุ่งกับเส้นผมมากนัก มันทำให้ยุ่งเหยิง หมดทรงกันพอดี และที่สำคัญเลยคือ มันทำให้เส้นผมแห้งและแตกปลายได้ง่ายด้วย

 

ความชื้น

ในวันไหนที่ฝนตก หรือมีความชื้นสูงกว่าปกตินั้น เส้นผมจะดูดและซึมซับไอน้ำเอาไว้ ส่งผลให้โครงสร้างโมเลกุลของเส้นผมนั้นพังลงเลยทีเดียว!!!

และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วและรุนแรง ก็มีผลกระทบอื่นๆ ต่อเส้นผมอีกมากมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสภาพอากาศ

 

และแน่นอนว่าผู้คนที่มีเส้นผม (เอาจริงๆแล้วก็คนส่วนใหญ่เลยแหละ) ต่างก็ต้องเจอกับปัญหาเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน 

 

นั่นก็เลยเป็นเรื่อง Insight (ข้อมูลเชิงลึก) ที่ Pantene รู้ดีและพวกเขากำลังจะนำอามันมาใช้ประโยชน์

 

การจับมือกับเว็บพยากรณ์อากาศชื่อดังอย่าง The Weather Channel

 

Pantene เล็งเห็นถึงปัญหานี้ พวกเขาจึงไม่รอช้า ดูสถิติว่าเว็บพยากรณ์อากาศไหนน่าเชื่อถือ จากการดูสถิติว่าประชาชนชอบใช้แพลตฟอร์มอะไร เพื่อที่จะดู ทำนายพยากรณ์อากาศ ซึ่งผลที่ได้ก็คือ The Weather Channel ก็ได้รับตำแหน่งทำงานร่วมกับ Pantene และก็ห้างเครือ Wallgreens อีกด้วย

สิ่งที่พวกเขาร่วมกันทำนั่นก็คือ  “Forecast Frizz” มันเป็นแคมเปญการตลาดอย่างนึง โดยการร่วมมือกันครั้งนี้จะเน้นไปที่พื้นที่แอพพลิเคชั่นของ The Weather Channel นั่นเอง  

 

เมื่อเหล่าผู้คนเข้ามาเช็คดูสภาพอากาศในแต่ละวันๆ Pantene ก็จะทำการพยากรณ์สภาพทรงผมหรือเจ้าตัวพยากรณ์ทรงผม   หรือ“ Haircast ” ที่มีความเป็นไปได้สูง ซึ่งพวกเขาไม่ได้ทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์ใดๆ แต่พวกเขาเพียงแค่วิเคราะห์สถิติของลูกค้าที่มักจะซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมในช่วงเวลาและสภาพอากาศไหนมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น วันที่สภาพอากาศชื้นๆในเมือง Chicago หรือจะเป็นแบบร้อนๆ แห้งๆ อย่างเมือง Phoenix 

เท่านั้นยังไม่พอ เจ้าตัวการพยากรณ์ทรงผม “ Haircast ” นั้นยังส่งคูปองส่วนลดให้กับผู้ใช้ที่เปิดเข้ามาเจอหน้านั้นใน The Weather Channel ซึ่งผลนั้นก็เป็นที่น่าพึงพอใจโดยยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 24% ของผลิตภัณฑ์ Pantene ในห้าง Walgreens และยังส่งผลให้ยอดขายผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม   แบรนด์อื่นๆ ในห้างนี้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย 4% ซึ่งเป็นผลที่ได้รับอิทธิพลจากสื่อ Social พยากรณ์นี้

 

การตลาดแบบรู้ล่วงหน้า     ( Predictive Marketing ) ในลักษณะนี้มันช่างน่าเป็นเรื่องที่ตื่นเต้นมากๆ เลยใช่ไหมล่ะครับ

Predictive Marketing นั้นทำให้เราสามารถเห็นโอกาสอย่างอื่นที่คนทั่วไปมองไม่เห็นกันอยู่เสมอ สร้างโอกาสในการแก้ปัญหา รวมถึงการทำกำไรอยู่ได้ตลอดเวลาเลยด้วยซ้ำ

 

ก็จบไปแล้วนะครับ สำหรับเรื่อง Predictive Marketing ที่เป็นการร่วมกันหาช่องทางตลาดของ Pantene และ แอพทำนายสภาพอากาศ The Weather Channel หวังว่าเรื่องนี้จะทำให้ผู้อ่าน สามารถที่จะตระหนักถึงความสำคัญของ Insight ปกติในชีวิตประจำวันแล้วสามารถนำมา   ต่อยอดกับธุรกิจของท่านได้นะครับ

 

สำหรับวันนี้ทีมงาน MBA ก็ขอตัวลาไปก่อนนะครับ

 

รักษาสุขภาพกันด้วยนะครับ

 

สวัสดีครับ

 

อ้างอิง

https://www.beautyheaven.com.au/hair/hair-treatments-masks/how-weather-affects-your-hair-7438

 

https://data-flair.training/blogs/big-data-in-retail-industry-real-world-uses-examples/

 

https://www.data-axle.com/resources/blog/3-big-data-use-cases-for-marketers/

 

เมื่อแบรนด์ยักษ์ใหญ่เพิ่มยอดขายด้วย “พยากรณ์อากาศ”???
Scroll to top