เทคนิคให้คนอื่นทำตาม โดยไม่ต้องบังคับ - Business X Marketing

เทคนิคให้คนอื่นทำตาม โดยไม่ต้องบังคับ

กลยุทธ์สร้างทางเลือกในการตัดสินใจ
เราจะสามารถเปลี่ยนแปลงใจคนอื่นได้ยังไงโดยที่ไม่ต้องบังคับ ขู่เข็ญ หรือเซ้าซี้ใคร

วันนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่อง
”การสร้างทางเลือก”
ของคุณ Dave Trott นักการตลาดชื่อดัง และ ผู้เขียนหนังสือ Predatory Thinking และ 1+1=3
.
ซึ่งในหนังสือเล่มนี้ Dave Trott ได้ยกตัวอย่าง
ถึงกลุ่มนักเรียนมัธยมปลายในอเมริกา
ซึ่งเป็นช่วงเริ่มของการเข้ามาของลิปสติก ที่มีราคาถูกและจับตัองได้
เป็นเรื่องที่น่าสนใจสำหรับสาวๆวัยมัธยมมาก
.
จึงทำในเวลานั้นเด็กนักเรียนหญิงทั่วอเมริกา นั้นใช้เวลาส่วนใหญ่ในโรงเรียน เพื่อไปอยู่ในห้องน้ำ ทาลิปสติก และเปลี่ยนความคิดเห็นกันรวมไปถึงการประทับรอยจูบลงบนกระจกห้องน้ำ
.
และถึงแม้ว่าทางโรงเรียนจะมีการบอกว่า “อย่าทำ” “ห้ามทำ” หรือแม่กระทั่งการสร้างกฎขึ้นมาว่าจะมีบทลงโทษสำหรับคนที่ประทับรอยจูบที่มีลิปสติกลงบนกระจกห้องน้ำโรงเรียนก็ตาม ก็ไม่ได้ผล และนักเรียนทุกๆคนก็ยังทำกันอยู่ดี
.
แต่มีครูใหญ่อยู่โรงเรียนหนึ่งได้มีไอเดียที่น่าสนใจ และไม่เหมือนโรงเรียนอื่นๆ โดยการพาเด็กนักเรียนหญิงเข้าไปในห้องน้ำ
และอธิบายถึงความยากลำบากของพี่ๆภารโรงในการทำความสะอาดรอยลิปสติกเหล่านั้น
.
ซึ่งถ้าพูดแค่นี้ก็คงไม่สามารถเปลี่ยนใจหรือทำให้เด็กเรียนฟังได้
แต่สิ่งครูใหญ่คนนั้นทำก็คือการสาธิต
ให้แม่บ้านลองทำความสะอาดกระจกตรงนั้นดู
.
โดยการนำไม้ถูพื้นจุ่มลงไปในน้ำใน “ชักโครก”
แล้วนำมาเช็ดกระจก ซ้ำไปซ้ำมาหลายๆครั้ง
จนรอยลิปสติก ได้ถูกทำความสะอาดออกไปจนหมด
.
ซึ่งเมื่อนักเรียนได้เห็นว่าแม่บ้าน
ได้ทำความสะอาดรอยลิปสติก ของพวกเธอ
ด้วยน้ำจากชักโครก
หลังจากวันนั้นก็ไม่มีรอยลิปสติกติดอยู่ที่กระจกอีกเลย
.
สิ่งที่คุณไม่สามารถทำได้ก็คือ การบังคับคู่เข็ญ หรือการห้ามปราม
แต่สิ่งที่คถณทำได้ คือการยอมรับว่าทุกคนมีอิสระในการเลือก
.
เพียงแค่คุณต้องสร้างทางเลือกขึ้นมา เพื่อให้ได้ผลลัพธ์อย่างที่คุณต้องการ
.
อย่างที่คุณครูใหญ่คนนี้ได้ทำ
นั่นก็คือการให้ทางเลือกว่า
นักเรียนสามารถจะจูบบนกระจกต่อไปได้ ถ้าพวกเธออยากจะทำ
แต่เมื่อนักเรียนได้เห็นว่าการประทับรอยจูบบนกระจก
ก็ไม่ต่างอะไรจากการจัดการจูบลงไปบนชักโครก
และนั่นก็ทำให้พวกเธอเลือกที่จะไม่ทำสิ่งนี้ต่อ
.
อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจ ก็คือหอศิลปะแห่งชาติในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
.
ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือบุคคลเข้ามาชมงานศิลปะผู้คนจะยืนแออัดกันอยู่ที่ชั้นหนึ่ง
โดยที่ไม่ได้ขึ้นไปยังชั้นอื่นๆของหอศิลป์
เพื่อเยี่ยมชมงานศิลปะทั้งหมด
.
เนื่องจากผู้คนขี้เกียจขึ้นบันไดถึงแม้จะเป็นบันไดเลื่อนก็ตาม
และสิ่งที่หอศิลป์ทำไม่ใช่การไปบอกว่า “คุณต้องขึ้นไปดูงานชั้น2นะ” หรือการบังคับว่า
”คุณต้องขึ้นบันได”
.
แต่สิ่งที่เค้าทำ ก็คือการ สร้างทางเข้าทางเดียว ที่ถัดไปจากทางเข้านั้นก็คือ บันไดเลื่อนขนาดใหญ่ที่ขึ้นทีเดียวไปจนถึงชั้น 3 และค่อยๆให้คนนั้นเดินลงมาทีละชั้น จะได้เยี่ยมชมงานศิลปะให้ได้มากที่สุด
.
อีกตัวอย่างที่น่าสนใจก็คือ
การแก้ปัญหาการทิ้งขยะไม่เป็นที่ ในบริเวณหน้าโรงเรียน ที่มีการขายอาหาร
.
ไม่ว่าจะมีการห้ามปรามเด็กนักเรียนไม่ให้ทิ้งขยะเกลื่อนกลาดยังไง
ก็ไม่สามารถทำให้เด็กนักเรียนมีพฤติกรรมไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้
.
แต่สิ่งที่คุณลุงคนขายขนมทำ เพื่อแก้ปัญหานี้
นั่นคือการถามชื่อเด็กนักเรียนที่มาซื้อขนมและ
เขียนชื่อของพวกเขาลงบนขนมทุกซองที่ได้ซื้อถูกซื้อไป
และหลังจากนั้นก็ไม่มีใครทิ้งขยะเกลื่อนกลาดอีกเลย
.
นี่เป็นการสร้างทางเลือกที่ว่า
เด็กๆมีสิทธิ์ที่จะทิ้งหรือไม่ทิ้งถุงขนมก็ได้
แต่ถ้าเด็กๆทิ้งถุงขนมไม่เป็นที่
คนที่ผ่านมาเห็นก็จะรู้ทันทีว่านี่เป็นถุงขนมของใคร
.
บทเรียนสำคัญจากเรื่องราวที่ได้ยกตัวอย่างมานี้ก็คือ
คุณไม่จำเป็นจะต้องไปขู่เค็ญ บังคับ ห้ามปรามใคร
แต่คุณสามารถออกแบบ และสร้างทางเลือกมาให้เค้า
เพื่อให้เค้าทำในสิ่งที่คุณต้องการได้
………………………………….
.
📌 อย่าลืมกดติดตาม 📌
จะได้ไม่พลาด ความรู้ธุรกิจ นอกห้องเรียน
Facebook: http://bit.ly/FB-nop
Youtube: http://bit.ly/youtube-nop
TikTok: http://bit.ly/tiktok-nop
LINE: http://bit.ly/line-nop
.
#NopPongsatorn
#ถอดบทเรียนธุรกิจ
#ธุรกิจ
#การตลาด
#กลยุทธ์
#สร้างทางเลือก
#DaveTrott
#PredatoryThinking
#เทคนิค
#ไม่ต้องบังคับ

เทคนิคให้คนอื่นทำตาม โดยไม่ต้องบังคับ
Scroll to top