ทำยอดขายรายปีอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าภายใน 3 สัปดาห์ - Business X Marketing

ทำยอดขายรายปีอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าภายใน 3 สัปดาห์

การสร้างธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย 

 

และยิ่งไปกว่านั้น มันยังเป็นภารกิจที่ท้าทายมากสำหรับคู่แข่งรายเล็กในตลาด โดยเฉพาะการที่มีคู่แข่งเป็นบริษัทระดับยักษ์ใหญ่ 

นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ Warby Parker แบรนด์ที่สามารถทำยอดขายที่เล็งไว้ใน  1 ปี ให้บรรลุเป้าภายใน 3 สัปดาห์

จนทำให้ทั้งวงการตลาดแว่นตาตกตะลึงกันถ้วนหน้า

 

บริษัทของเขาสามารถบรรลุเป้าหมายได้ในในระยะเวลาที่สั้นเพียงเท่านี้ได้อย่างไร?

 

 อะไรเป็นตัวที่ทำให้พวกเขากล้าที่จะเข้าแข่งขันกับแบรนด์ยักษ์ใหญ่ได้? 

 

วันนี้ทีมงาน MBA จะพาไปดูจุดเริ่มต้นของธุรกิจแว่นตาที่เกิดจากนักศึกษาทั้ง 4 คนกัน

 

ประสบการณ์เลวร้าย

 

ในสมัยที่พวกเขายังเป็นนักศึกษานั้น Neil Blumenthal, Dave Gilboa, Andy Huntและ Jeff Raiderได้ไปเที่ยวกัน

และในตอนนั้นเองที่ Dave ทำแว่นหายไปในขณะที่กำลังนั่งเครื่องบิน โดยสำหรับค่าใช้จ่ายในการซื้อแว่นอันใหม่ของ Dave นั้นสูงอย่างไม่น่าเชื่อ

ถึงขั้นที่เขาต้องใช้เงินเทียบเท่าค่าเทอม 1 เทอมเลยทีเดียว เพื่อที่จะซื้อแว่นใหม่ให้เขาเองเลยทีเดียว ส่วนคนอื่นๆ ในกลุ่มก็เคยมีปัญหาคล้ายๆกันในเรื่องนี้ 

แล้วพวกเขาก็ได้เจอกับความจริงที่ว่า การที่จะหาแว่นดีๆ ที่เหมาะสมกับตัวเอง โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินในกระเป๋าตังค์ นั้นเป็นเรื่องที่ยากจริงๆ

 

ต้นเหตุของฝันร้าย

 

ด้วยเหตุผลที่มาจากบริษัทแว่นตาในประเทศนั้นถูกควบคุมโดยผู้ประกอบการเพียงไม่กี่ราย ทำให้พวกเขาสามารถที่จะตั้งราคาได้สูงเท่าที่พวกเขาอยากจะตั้งได้

โดยที่ผู้ซื้อต่างก็ไม่มีทางเลือกอื่นใดเลย พวกเขาทั้ง4 มีความปรารถนาให้ผู้คนทั่วไปสามารถที่จะเข้าถึงแว่นตาได้มากกว่านี้

ความคิดของพวกเขาตอนนั้นคือ สร้างเว็บขายแว่นออนไลน์ โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีหน้าร้าน เพื่อที่จะสามารถลดต้นทุนส่วนนี้ไปได้อย่างมหาศาล

ส่งผลให้แว่นตาของพวกเขาสามารถขายได้ในราคาที่ถูกลงอย่างมาก

และก็ในตอนนั้นเองที่เหล่าเพื่อนร่วมชั้น ต่างพากันดูถูกและบอกว่า “พวกคุณไม่สามารถจะดึงดูดคนให้มาซื้อแว่นออนไลน์ได้หรอก”

 

นี่เลยเป็นเหตุให้พวกเขาอยากทำในสิ่งที่ท้าทายด้วยการเปิดประสบการณ์ใหม่ต่อลูกค้า 

โดยลูกค้าสามารถสั่งแว่นไปลองได้ที่บ้านได้ฟรีถึง 5 แบบ ในราคาที่ถูกกว่าไปหาซื้อจากร้านแว่นทั่วไป

และถ้าหากลูกค้ารายใดมีความต้องการแว่นที่เลือกไว้ จึงค่อยจ่ายเงิน 

 

และด้วยวิธีนี่เอง จึงทำให้ผู้คนทั้งหลายให้ความสนใจสั่งซื้อแว่นจากเขาเป็นจำนวนมาก เพราะได้ของดี ราคาถูกและได้เลือกแบบที่ถูกใจด้วย

 

ผลตอบรับที่ตามมาเป็นทั้งข่าวดีและก็ข่าวร้าย 

 

ข่าวดีนั่นก็คือพวกเขาสามารถทำยอดขายทะลุ 20,000 ชิ้น จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะต้องใช้เวลาขายถึง 1 ปี

แต่พวกเขาก็สามารถขายตามเป้าได้ภายในเวลา 3 สัปดาห์เท่านั้น

และข่าวร้ายที่ตามมาคือ ของนั้นหมดสต๊อค…

 

ในตอนนั้นเอง พวกเขาเพิ่งคิดได้ว่าได้ทำผิดพลาดลงไป 

เนื่องจากมีลูกค้าที่รอคอยของอยู่มากมาย…

พวกเขาจึงได้เปลี่ยนสิ่งนี้ให้เป็นโอกาสด้วยการ แสดงความเจ๋งในการบริการลูกค้า

รวมถึงการขอโทษและบอกเล่าถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นด้วย

 

นี่เป็นเพียงส่วนแรกของแคมเปญ 

 

ไม่ลืมผู้ที่ร่วมชะตากรรม

พวกเขารู้ดีว่า แว่นตานั้นเป็นของที่สำคัญจริงๆต่อการดำรงชีวิต ของมนุษย์ และแน่นอน ต่อการเรียนรู้และถ้าพวกเขาไม่สามารถที่จะซื้อมาใส่ได้เลยล่ะ???

นี่ก็เลยเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ตราตรึงใจผู้คนของ Warby Parker

 

คือการที่พวกเขาร่วมมือกันกับองค์การไม่แสวงผลกำไรอย่าง VisionSpring 

เพื่อที่จะช่วยเหลือผู้คนในประเทศด้อยโอกาส ให้มีโอกาสที่จะได้ทดสอบสายตาและก็ตัดแว่นเป็นของตนเอง

 

โดยถ้ามีคนซื้อแว่นของพวกเขา 1 อัน ก็จะเป็นการช่วยบริจาคซื้อแว่นตาอีกชิ้นให้กับคนที่ด้อยโอกาสไปในตัวด้วย 

ความสำเร็จของ Warby Parker นั้นก็เกิดจากการสังเกตุปัญหาส่วนตัวในชีวิตประจำวันทั่วไปของหลายๆคน 

แต่เพราะการได้เริ่มลองทำและเห็นถึงความถูกต้องในชีวิตของคนเรานั้น 

 

บริษัท Warby Parker จึงเติบโตอย่างรวดเร็วจนมีมูลค่าถึง 1.75 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 5.50 หมื่นล้านบาท 

 

ด้วยการเสนอสินค้าคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ทำให้ Warby Parker นั้นจะยังคงเติบโต และก็จะสร้างประสบการณ์ที่ดี สำหรับลูกค้าทั้งออนไลน์ หรือ หน้าร้าน ด้วยหัวใจหลักของ 3 สิ่งนี้ การเข้าถึง, การลงมือ, และการช่วยเหลือ

 

นี่ก็เป็นเรื่องราวของสตาร์ทอัพดีๆ เรื่องนึงที่น่าแบ่งปัน จะสังเกตได้เลยว่าใครที่เห็นช่องว่างอะไรในโลกใบนี้

 

แล้วไม่รีรอที่จะเข้าไปอุดช่องโหว่ตัวนั้นนับว่าเป็นตัวตนที่น่าสนใจ ในแวดวงธุรกิจ เป็นอย่างยิ่ง

 

วันนี้ทีมงาน MBA ก็ขอลาไปก่อน

 

สวัสดีครับ

ทำยอดขายรายปีอย่างไร เพื่อให้บรรลุเป้าภายใน 3 สัปดาห์
Scroll to top