จากเพลิงนรก สู่ธุรกิจของเล่นพันล้าน - Business X Marketing

จากเพลิงนรก สู่ธุรกิจของเล่นพันล้าน

lego

ท่านเชื่อหรือไม่ว่า LEGO ผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ของโลก

 

กว่าจะประสบความสำเร็จได้มาถึงทุกวันนี้ ต้องแลกมาด้วยความอดทนมุ่งมั่น ความเชื่อ และความคิดสร้างสรรค์ 

 

และในช่วงครึ่งแรกปี 2020 ที่บริษัทส่วนใหญ่ในโลกจะประสบภาวะขาดทุน 

 

แต่ยอดขายของ Lego กลับเพิ่มขึ้นถึง 14%

 

หลังจากหลายครอบครัวเลือกที่จะใช้ Lego เป็นกิจกรรมคลายเครียดในช่วงที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 

 

ตอนนี้ ทีมงาน MBA จะพามารู้จักประวัติความเป็นมาของ Lego กัน

 

Ole Kirk Kristiansen ผู้ก่อตั้ง Lego

เกิดเมื่อ 7 เมษายน ปี1891

ในปี 1905 Ole ในวัย 14 ปี ได้เข้าฝึกงานกับพี่ชายของเขา Kristian เพื่อที่จะฝึกวิชาช่างไม้

และเขาก็ได้ออกจากเดนมาร์ก เพื่อไปทำงานที่เยอรมนีในปี1911 

จนกระทั่งในปี1916 เขาก็กลับมาเปิดร้านของตนเองด้วยเงินเก็บของเขาเองใน เมือง Billund ซึ่งร้านของเขานั้นก็จะเปิดให้บริการเกี่ยวกับงานไม้ เฟอร์นิเจอร์เป็นหลัก

และที่นี่เอง เขาได้พัฒนาฝีมือตัวเองจนช่างไม้ฝีมือเยี่ยมคนหนึ่ง 

ในช่วงเดียวกันนั้น เขาก็ได้พบกับ Kristine Sorensen ลูกสาวของคนทำชีสจากนอร์เวย์ และก็ได้แต่งงานกัน (ต่อมาทั้งคู่มีลูกได้ 4 คน; Johannes, Karl, Godtfred และ Gerhardt)

 

ไฟไหม้ครั้งที่ 1

ต่อมาในปี 1924 ลูกๆ ของเขาทำไฟไหม้ร้าน และบ้านจนเสียหายหมด แต่ถึงกระนั้น Ole ไม่ได้ท้อถอย 

เขาได้เปลี่ยนวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส โดยกลับมาเริ่มต้นธุรกิจใหม่อีกครั้ง ด้วยเงินจากรายได้ในช่วงที่ขายดี 

แต่ในครั้งนี้ เขาสร้างร้านที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมเพื่อรองรับคำสั่งซื้อที่มากขึ้น

ในช่วงปี 1930s เกิดภาวะวิกฤตทางเศรษฐกิจขึ้น เขามีปัญหาขาดทุน เขาจึงต้องปลดคนงาน เขารู้สึกท้อถอยมาก 

แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา ภรรยาเขาจะคอยมาให้กำลังใจตลอด แต่ต่อมาภรรยาเขาก็ได้เสียชีวิตลง เขาจึงต้องเลี้ยงลูกทั้ง 4 โดยลำพัง โดยขาดภรรยาที่แสนดีที่คอยให้กำลังใจเขามาตลอด 

ตอนนี้เขารู้สึกท้อใจอย่างมาก ยิ่งเขามองดูหน้าลูกๆ เขายิ่งเสียใจว่าจะทำอย่างไร ให้ลูกๆของเขาไม่ลำบาก และอยากหาอะไรให้ลูกๆ ได้คลายความเศร้าหมอง ทั้งเรื่องการจากไปของแม่และกิจการของเขาที่พังทลาย

เขาจึงไปที่โกดังของเขา และมองดูเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่กองอยู่เขาจึงคิดว่า เขาน่าจะนำไม้เหล่านี้ มาทำเป็นของเล่นไม้ให้ลูกๆ ได้เล่นเผื่อจะช่วยคลายความเศร้าโศกได้บ้าง 

ปรากฏว่าของเล่นที่เขาทำขึ้นมาลูกๆ ชอบมากจนขอให้พ่อเขาทำของเล่นชิ้นใหม่เรื่อยๆ 

จนในที่สุดเขาก็มาฉุกคิดได้ว่าทำไมไม่ทำของเล่นขาย 

เส้นทางใหม่ของชีวิต

จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการผลิตขาย ซึ่งลูกค้าต่างชอบใจในฝีมืออันปราณีต และมีคุณภาพของชิ้นงานจนเป็นที่ร่ำลือไปทั่ว

Ole ได้เริ่มมองหาชื่อสำหรับบริษัทของเล่นของเขา จนในที่สุด เขาก็ได้เลือก “ LEGO ซึ่งมาจากภาษาเดนิช คำว่า “ leg godt ” ซึ่งรวมกันแล้วแปลว่า “ เล่นอย่างดี ” ซึ่งคำนี้ก็ไปคล้องเสียงกับภาษาละติน ซึ่งแปลว่า “ เอามาต่อเข้าด้วยกัน” 

ชีวิตที่สวยงามก็ไปต่อได้ไม่นาน สงครามโลกครั้งที่ 2 ก็อุบัติขึ้น เดนมาร์กได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ 

ไฟไหม้ครั้งที่ 2

รวมถึงโรงงานของ Ole ก็ถูกไฟไหม้อีกครั้ง ซึ่งภาพแบบของเล่น ชิ้นงาน โมเดลต่างๆ ก็มอดไหม้ไปกับไฟไหม้ทั้งสิ้น 

แต่สุดท้ายเขาก็ต้องเดินหน้าธุรกิจต่อไป เพราะมีภาระลูกๆ กับ คนงาน ที่ต้องเลี้ยงดูอยู่

วันหนึ่งขณะที่ Oleไปงานมหกรรมสินค้าที่ Copenhagen เขาก็ได้เจอกับเครื่องหลอมพลาสติก ซึ่งพลาสติกเป็นสิ่งที่ใหม่มากในเวลานั้น และมันก็ยังมีราคาที่ถูกมากอีกด้วย

และเขาก็ได้แรงบันดาลใจจากของเล่นตัวต่อชนิดหนึ่ง ที่ชื่อ Kiddicraft Self-Locking Building Bricks.

เขาหวังว่าการเปลี่ยนโฉมของเล่นในครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงหน้าประวัติศาสตร์ของเล่นไปตลอดกาล… 

ช่วงดังกล่าวกระแสตอบรับจากผู้ซื้อ นั้นไม่ดีอย่างที่เขาหวังไว้มากนัก เนื่องจากเด็กๆ ไม่ชอบเล่นกับวัสดุที่ราคาถูก อย่างพลาสติก 

รวมถึงปัญหาที่ตัวต่อนั้นไม่สามารถติดกันได้ดีนัก จึงทำให้กระแสความต้องการของเล่นจากบริษัทเขาก็ลดลงไปเรื่อยๆ

อย่างไรก็ตาม Ole ก็ยังคงยืนกรานในตัวผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ ในขณะเดียวกัน Godtfred ได้ไปดูงานที่ประเทศอังกฤษ และได้พบกับ Troels Petersen เจ้าของห้างแห่งหนึ่ง ซึ่งได้พูดถึงความผิดหวังต่อมหกรรมของเล่นในอังกฤษว่า “ ไม่มีกลไกอะไรซับซ้อนเลย ” 

ทำให้  Godtfred ได้กลับมาคิดถึง LEGO ว่าจะสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงความคิดเหล่านี้ได้ไหม “เราต้องนำระบบ มาผสมกับของเล่นของเรา” 

และมีความตั้งใจให้เด็กๆ สามารถนำจินตนาการของเขาออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ จึงมีการเอาระบบกลไกต่างๆ ให้อยู่ในของเล่นจากโรงงานเขา

ของเล่นคนยุคใหม่

ต่อมาพวกเขาคิดค้นตัวต่อที่สามารถ ล๊อกกันเองได้ จากนั้นเขาก็ได้พัฒนาของเล่น LEGO มาถึง 28 แบบ ต่อมาก็เริ่มขอลิขสิทธิ์จากภาพยนตร์  เรื่องดังๆ มาทำในรูปหุ่นตัวประกอบของ LEGO โดยเริ่มจาก  Star Wars เป็นเรื่องแรก

รูปแบบของตัวต่อ LEGO แบบใหม่นั้นได้รับการจดสิทธิบัตรในปี 1958 และก็เป็นปีเดียวกันกับที่ Ole ได้เสียชีวิตลง ตำนานของ Ole ยังคงถูกตราตรึงในชีวิตของเด็กทั่วโลกในปัจจุบัน 

LEGO นั้นได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ที่สำคัญที่สุดเลยนั่นก็คือ ผู้ซื้อ นั้นหลงไหลกับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้อย่างมาก  น่าดึงดูด ช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้กับเด็กๆ น่าตื่นเต้น และมีความท้าทายในการต่อด้วย

LEGO นั้นได้ถูกส่งขายผ่านตัวแทนจำหน่ายถึง 130 ประเทศทั่วโลก โดยเริ่มจากจุดเริ่มต้นที่ตระกำลำบากจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจของเดนมาร์กในช่วง 1930s โดยตอนนี้บริษัทก็ได้ทำผลิตภัณฑ์หลายๆ อย่างตั้งแต่ของเล่น ภาพยนต์ จนถึงวิดีโอเกม  

เครือ LEGO ก็ยังคงเดินหน้าต่อไปโดยครอบครัว Christiansen อยู่ ณ ปัจจุบัน และในช่วงครึ่งแรกปี 2563 ที่บริษัทส่วนใหญ่ในโลกจะประสบภาวะขาดทุน แต่ยอดขายของเลโก้กลับเพิ่มขึ้นถึง 14% หลังจากหลายครอบครัวเลือกที่จะใช้เลโก้เป็นกิจกรรมคลายเครียดในช่วงที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19

 

อ้างอิง

 

Ole Kirk Christiansen Biography: Amazing History of LEGO Company

Ole Kirk Christiansen

https://moc2000.medium.com/the-history-of-LEGO-bad580ac1c2b

จากเพลิงนรก สู่ธุรกิจของเล่นพันล้าน
Scroll to top